Make your own free website on Tripod.com
จะผ่าวิกฤติการณ์หนี้ก็ต้องรู้ให้จริงถึงจะผ่านไปได้ด้วยดี
กลับหน้าแรก
ขอคำปรึกษา โดยตรงกับนักกฏหมาย

S detective & lawyer

ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๖๔ วางหลักกฎหมายไว้ว่า
" บุคคลจะแก้ตัวว่าไม่รู้กฎหมาย เพื่อให้พ้นจากความรับผิดทางอาญาไม่ได้ "

ขอคำปรึกษา  ขอคำแนะนำ.ทนายความ ขอคำปรึกษา  ขอคำแนะนำ

.............. การแพ้คดีในศาลของทนายนั้นมีสาเหตุหลักๆ อยู่ไม่กี่อย่าง เช่น
. ก่อนฟ้องไม่เตรียมพยานหลักฐานให้เพียงพอแก้รู้คดี
. คำฟ้องไม่ครบองคฺ์ประกอบ ฟ้องไม่สมบูรณ์
. ไม่ดำเนินในตามขั้นตอนให้ถูกต้องตามกระบวนวิธีพิจารณาความในศาล
. การซักถาม .. ถามค้าน .. ถามติ่ง .. ไม่เป็นไปตามข้อมูลที่ผู้ว่าจ้างให้ หรือพยานหลักฐานที่มี
. ไปยอมความกับคู่ความฝ่ายตรงข้าม .. หรือเปิดเผยข้อมูลในการต่อสู้ก่อนนำเสนอต่อศาล .
...... โดยที่ลูกความไม่รู้

............ ความจริงการว่าจ้างนักกฏหมาย ทนายความ หรือว่าจ้างทำการงานอื่นๆ .. กฎหมายถือว่า
เป็นสัญญาจ้างทำของคู่สัญญาสามารถตกลงกันได้ .. การตกลงนั้นไม่จำเป็นต้องทำเป็นหนังสือก็ได้
ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ . เรื่องนิติกรรมสัญญา กฏหมายก็ถือว่าแม้สัญญาด้วยวาจา
ก็ฟ้องร้องกันได้ .. แต่เอาเข้าจริงๆ แล้วพอถึงเวลาที่จะฟ้องร้องกันจริงๆ . ก็ทำได้ยากมาก เพราะ
ต้องพิสูจน์ให้ศาลเห็นให้ได้ว่ามีข้อตกลงกันในเรื่องนั้นเรื่องนี้ที่ฟ้องคดีกันไม่ใช่เรื่อง่ายๆ เลย

....... .... แต่ไม่ใช่ว่าทนายความจะถอนตัวได้ง่ายๆ ถ้าลูกความรู้กฎหมายก็อาจ...ต้องเสียเงินคืน
ให้กับลูกความแล้วยังต้อง ชดใช้ค่าเสียหายให้อีกด้วย ..
( ถ้าจำเป็นจะจ้างทนายความจริง ๆ ..
S Detective & lawyrt มีวิธีทำให้ทนายความพวกนี้ไม่กล้ากินสองทาง . ตรวจสอบคดีได้
และต้องรับผิดชอบคดีอย่างเต็มที่ตามที่กฎหมายกำหนด ).

คำเตือน
( ขอฟรีไม่มีในโลก )

......... เราพยามเตือนสมาชิกหลายท่านอยู่เสมอว่า .. จะว่าจ้างนักกฏหมาย นักสืบ หรือทนายความ ..
. ควรปรึกษาพูดคุยกันให้เข้าใจในรายละเอียดของคดีให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้ก่อนตัดสินใจ
. อย่ามองนักกฏมาย หรือทนายที่ฐานะ หรือความสวยงามของสำนักงาน . ทุกคนมีความรู้
กฏหมายเท่าเทียมกัน
. ควรดูว่า ถ้าตกลงว่าจ้างกันแล้ว เขาจะยอมทำสัญญาจ้างว่าความเป็นลายลักษณ์อักษรให้หรือไม่
ถ้าเขาแสดงท่าที่ไม่อยากที่จะทำสัญญา ไม่ว่าด้วยเหตุผลใด .. ก็จ่ายค่าปรึกษาและไปหาทนายใหม่
. อย่าตกลงค่าจ้างแบบเหมาจ่าย .. ให้ตกลงแบบ จ่ายค่าจ้างต่างหาก .. ค่าใช้จ่ายไปดำเนินคดี
แต่ละครั้งต่างหาก... เพิ่มจะได้ทราบว่า .. แต่ละครั้งที่มาเบิกเงินเป็นค่าใช้นั้น ไปทำงานอะไรบ้าง
. ให้รายงานคดีทุกครั้งที่มีการดำเนินงานไป .. หรือก่อนดำเนินงาน
. ข้อสำคัญผู้ว่าจ้างต้องให้ความร่วมมือทุกๆ ทางในคดีด้วย .. อย่าอ้างว่า ไม่ว่าง .. ไม่มีเงิน ..
อื่นๆ .. เพราะจะเป็น.... ผลเสียของผู้ว่าจ้างเอง .. และอาจถือว่าฝ่ายผู้ว่าจ้างไม่ให้ความร่วมมือ
เป็นเหตุให้แพ้คดีได้เช่นกัน
. จงอย่าแสดงความขี้เหนียวออกมาเด็ดขาด . ควรมีน้ำใจทุกครั้งที่พบประกัน . และการตกลง
จ้างความไม่ควรต่อรองว่า . ที่เหลือจะจ่ายเมื่อเสร็จคดีหรือเสร็จคดีแล้วจะมีเงินตอบแทนพิเศษ
( จะไม่มีนักกฎหมายเชื่อท่านเลย )
. อย่าติดต่อโดยกับทนายความของสำนักกฎหมาย ในกรณีที่ไม่สามารถตกลงราคาจ้างกันได้
เพราะทนายคนนั้นจะหาช่องว่างในขณะ ตัวท่านสับสน และอาจทำคดีของท่านไม่เต็มภูมิ

.......... ๑ - ๖ ข้อนี้ เป็นหลักสากลที่แท้จริง ในอเมริกาและยุโรป นิยมกันมาก โดยเฉพาะนักสืบ
นักกฏหมาย ทนายความ ในบ้านเราก็มีกฎระเบียบและกฎหมายให้ทำได้เช่นกัน แต่ผู้ว่าจ้างไม่ค่อยรู้
และผู้รับจ้างก็จะไม่บอกให้รู้ . ส่วนข้อ ๗ - ๘ เป็นประเพณีอันดีงานของวัฒนธรรมไทย

......... ถ้าผู้ว่าจ้างทำได้ตามที่บอก ... ท่านจะสามารถดูแลและควบคุมคดีและป้องกันผลประโยชน์
ของตัวท่านเองได้โดยที่ไม่ถูกหลอก .. ข้อสำคัญหลังไปปรึกษาคดีที่สำนักไหนก็ตาม เมื่อได้รับคำ
ปรึกษาแนะนำเป็นที่พอใจแล้ว ควรจ่ายค่าปรึกษา ( อย่าเหนียว ) เพื่อวันข้างหน้าท่านจะได้มีเพื่อน
ที่ดีไว้ปรึกษา หรือขอความช่วยยามอับจนจริงๆ ได้ .. เมื่อนักกฎหมายเป็นฝ่ายเริ่มให้ปรึกษาด้วย
ความจริงใจ .. ท่านจงแสดงน้ำใจตอบ ( เทคนิดการมีเพื่อนแท้ )

........ เรื่องสุดท้ายที่จะบอกนี่สำคัญมาก .. ในทุกคดีขอให้ดูที่คำพิพากษาตอนท้ายว่า .. " ( ให้โจทก์
หรือจำเลย ) จ่ายค่าฤชาธรรมเนียม หรือค่าทนาย "
.. ค่าฤชาธรรมเนียมนี่หรือค่าทนายความที่ศาล
สั่งนั้น .. ศาลสั่งให้กับฝ่ายชนะคดีไม่ใช่สั่งให้จ่ายให้กับทนายความ .. แต่ทนายความมักจะ " ดำดิน "
ไม่บอกเรื่องนี้ให้ลูกความหรือผู้ว่าจ้างรู้ .. และก็จะเอาเอกสารที่ให้ลงชื่อไว้แต่แรกมาก ลอกข้อความ
ขอรับเงิน ตามที่ศาลสั่งไปใช้ส่วนตัว ( ผิดกฎหมายถึงกับถอนตั๋วทนาย และถูกดำเนินคดีฐานยักยอก
ทรัพย์ด้วย )
... ถ้าพบทนายความที่กระทำอย่างนี้ขอให้ท่านดำเนินการทางคดีทันที่ได้เลย หรือปรึกษา
Webmater จะช่วยแนะวิธีดำเนินการให้ .. หรือถ้าพบทนายประเภทนี้บอกต่อๆ กันด้วยจะดีมาก
.จะได้ไม่ต้องสร้างความเดือดร้อนให้คนอื่นๆ

........ขอบอกอีกนิดว่า ... สัญญาว่าจ้างทำการงาน " จ้างทำของ " .. กฎหมายถือว่าผู้รับจ้างไม่ใช่ลูก
จ้างนะ ผู้รับจ้างเปรียบเสมือนตัวแทน ... ดังนี้ถ้าใครๆ ที่คิดว่าเมื่อว่าจ้างแล้วจะใช้ให้ทำโน่นทำนี้
แบบลูกจ้าง .. จงระวังไว้นะเขาอาจถอนตัวและเลิกสัญญาได้ .ผลเสียก็จะเกิดกับผู้ว่าจ้างเอง แล้วจะไป
เรียกร้องอะไรก็ไม่ได้ .. การทำงานของผู้รับจ้างต้องเป็นอิสระ ใช้ความรู้สามารถที่มีอยู่เฉพาะตัวให้
ผลงาน ออกมาดีที่สุดตามวัตถุประสงค์ของผู้ว่าจ้าง .. เมื่อผู้รับจ้างทำดีที่สุดแล้วกฎหมายก็ให้ความ
คุ้มครอง .. ถ้าทำได้ไม่ดีเพราะไม่มีความบริสุทธิ์ใจกฎหมายก็ลงโทษช่นกัน

...... ทั้งหมดเป็นเรื่องที่หลายท่านไม่รู้และไม่มีโอกาสที่จะได้รู้ .. เมื่อรู้แล้วก็เก็บเอาไว้เป็นอาวุธป้องกัน
ตัวเอง . เพื่อไม่ให้ต้องแพ้ และเสียรู้ " พวกมิจฉาชีพทางกฎหมาย "


จำนวนผู้เข้าเว็บ

FastCounter by bCentral
.
เข้าสู่กระดานถามปัญหาต่างๆ ของเพื่อนสมาชิก กระดานกฎหมาย ๑............. ... เข้าสู่กระดานถามปัญหาต่างๆ ของเพื่อนสมาชิกกระดานกฎหมาย ๒